hero-bannner

“Inbound Marketing” ตัวจริงที่นักการตลาดรุ่นใหม่ต้องวิ่งตาม

หมดเวลาของการตลาดในยุคเดิม ๆ ที่ “สื่อหลัก” เป็นเสมือนตัวชี้วัดความอยู่รอดของทุกธุรกิจ เมื่อสุดยอดฮีโร่อย่าง “Inbound Marketing” ที่เข้ามาเป็น “ตัวจริง” ให้นักการตลาดรุ่นใหม่ต้องวิ่งตาม

ทำไม Inbound Marketing ถึงช่วยให้ธุรกิจ Success ?

เล่าให้ฟังก่อนว่า เมื่อก่อนถ้าจะทำการตลาดเพื่อขายอะไรสักอย่าง คุณจะต้องทำยังไงก็ได้ ให้สิ่งที่คุณขายเป็นที่พบเห็น สะดุดตา จนผู้ซื้อจดจำแบรนด์สินค้า และตอบรับด้วยความรู้สึก “ต้องการ” เมื่อถูกกระตุ้นด้วยวิธีการส่งเสริมการขายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเราเรียกการตลาดแบบนี้ว่า “Outbound Marketing” หรือการตลาดแบบ “ผลักออก” นั่นเอง หลายธุรกิจเลือกที่จะพึ่งพาช่องทางการสื่อสารออกไปแบบหว่านแห ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ตลอดจนป้ายแบนเนอร์ใหญ่ ๆ เพื่อหาที่ยืนให้กับธุรกิจของตัวเอง และก็ต้องยอมรับว่าวิธีการทำการตลาดแบบที่ว่านั้น มันเวิร์คมากเลยทีเดียวในช่วงเวลาที่ผ่านมา


img-01

“แต่อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการทำการตลาดในปี 2018”

ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปพร้อมกับยุคที่ Digital มีบทบาทกับทุกช่วงเวลาของชีวิต คนทั่วโลกมีพื้นที่ที่จะพูดด้วยตัวเองมากขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นผู้ผลิต Content ไปโดยไม่รู้ตัว วิธีการตลาดแบบเดิม ๆ เลยอาจไม่ใช่คำตอบในการสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในพ.ศ.นี้ แล้วการตลาดแบบไหนล่ะ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการและ “ดึงดูด” ให้ผู้ซื้อต้องการธุรกิจของคุณแบบไม่ต้องวิ่งตามจนเหนื่อย? ... ถึงเวลาปรับความคิดเข้าสู่การทำการตลาดแบบใหม่ที่เราเรียกว่า “Inbound Marketing” กันแล้ว

“เพราะ INBOUND MARKETING
ช่วยให้คุณจบสวยและมีที่ยืนในตลาดได้นานขึ้น”

ทำความรู้จักกับ INBOUND MARKETING

วิธีการทำการตลาดแบบเปลี่ยนขั้วจาก Outbound Marketing ที่นักการตลาดรุ่นใหม่ให้ความสนใจและได้ผลสำเร็จกับหลายธุรกิจมาแล้ว เราเรียกมันว่า “Inbound Marketing” คือการตลาดที่ “ดึงดูด” กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเข้าหาแบรนด์สินค้าของเราผ่านการสร้างคุณค่าของ Content ที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ในรูปแบบและวิธีการที่ใช่ ตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงใจ และนำไปสู่การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนกว่าวิธีการทำการตลาดแบบเก่า แบบที่เริ่มต้นด้วยความตื่นตาและจบลงอย่างรวดเร็ว

จะทำอย่างไรให้ธุรกิจของคุณเข้าไปอยู่ใน “ใจ” ของลูกค้า?

มาดูฟันเฟืองการทำงานในแบบ Inbound Marketing ที่จะช่วยพาธุรกิจของคุณเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้อย่างเต็มใจ

img-02

STEP 1 : ATTRACT

แน่นอนว่าเราต่างเคยเป็น “คนแปลกหน้า” กันมาก่อน ลูกค้าที่คุณคาดหวังก็เช่นกัน เมื่อเขาไม่เคยรู้จักแบรนด์ของคุณเลย แล้วจะทำให้เขาสนใจด้วยอะไรล่ะ? วิธีการที่ดีที่สุดในช่วงเริ่มแรกนี้ เลยต้อง “ดึงดูด” คนแปลกหน้าให้มารู้จักกับแบรนด์สินค้าของคุณด้วย Platform ของตัวคุณเองอย่าง “Website” แล้วสร้าง Content ที่มั่นใจว่า “ดี” และ “ตรงใจ” ในรูปแบบของการทำ Blog / SEO รวมไปถึง Social Media ที่ช่วยให้เกิดการแชร์ข้อมูล สุดท้ายแล้วจะมีกลุ่มคนแปลกหน้าจำนวนหนึ่งที่สนใจใน Content ที่คุณทำ และกลุ่มคนเหล่านี้อาจจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณในอนาคต

STEP 2 : CONVERT

เมื่อคนแปลกหน้าที่ถูก Content ดึงดูดความสนใจให้เข้ามาใน Website ของคุณแล้ว หน้าที่ในขั้นนี้ก็คือเปลี่ยนจากคนห่างเหินให้มาเป็น “คนรู้จัก” กันก่อน และสิ่งที่คุณต้องมีเพื่อเก็บข้อมูลบางอย่างของคนรู้จักที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณผ่านการกรอกฟอร์ม การสร้างหน้า Landing Pages และ Call-to-action ถ้าอธิบายกันแบบง่าย ๆ ก็เหมือนเวลาที่คุณรู้สึกว่าคนนี้น่าจีบ ยังไงแล้วก็คงต้องหาวิธีขอ contact เพื่อติดต่อและรู้จักกันมากขึ้นในอนาคตนั่นเอง

STEP 3 : CLOSE

มาถึงขั้นนี้แล้วเรียกได้ว่าเป้าหมายของคุณไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม เมื่อคุณมีข้อมูลต่าง ๆ ของคนที่คุณรู้จักและต้องการให้กลายเป็น “ลูกค้า” ขั้นนี้คุณจึงต้องค่อย ๆ ให้เขาได้เรียนรู้ ได้เห็นถึงความสำคัญที่เขาจะต้องมีสินค้าของคุณ ผ่านวิธีการส่ง e-mail และ Social Media ไปเรื่อย ๆ จนพวกเขา “พร้อม” จะซื้อสินค้าของคุณ พอถึงตอนนี้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่คุณอยากส่ง Content อื่น ๆ ก็กลายเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป โดยผ่านการตลาดที่เรียกว่า Marketing Automation รวมไปถึงการทำ CRM ที่จะสร้างสายใยระหว่างคุณและผู้ซื้อได้อย่างละมุนสุด ๆ

STEP 4 : DELIGHT

ตอนนี้คุณมี “ลูกค้า” ที่อยู่กับคุณแล้วก็อย่าคิดว่าจบนะ เพราะยังมีโอกาสที่พวกเขาจะเปลี่ยนใจจากคุณได้เสมอ ถ้าไม่ได้รับการดูแลเทคแคร์ที่ดีพอ จนให้ลูกค้าที่คุณมีเป็น “คนรู้ใจ” ที่จะติดแบรนด์ของคุณแบบยั่งยืน คุณต้องไม่ลืมที่จะสำรวจความต้องการหรือฟิตแบคจากพวกเขาเมื่อซื้อสินค้ากลับไป เพื่อนำมาปรับใช้และถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และมากกว่าการที่พวกเขาเหล่านี้จะยังเป็นลูกค้าที่ดีของคุณแล้ว ผลตอบแทนจากการที่คุณใส่ใจเสียงจากลูกค้าจะทำให้เกิดการบอกต่อและเพิ่มคนแปลกหน้าสู่การเป็นคนรู้ใจได้อีกมหาศาล

ซึ่งฟันเฟืองการทำงานของ Inbound Marketing ทั้ง 4 ขั้นตอนสัมพันธ์กับ Flywheel ที่อธิบายแนวคิดการทำการตลาดแบบ "Cycle" ที่เน้นจุดศูนย์กลางที่ความพึงพอใจของลูกค้า แตกต่างจากวิธีคิดแบบเก่าอย่าง Funnel ในแบบที่นักการตลาดคุ้นเคย

“จะว่าไปแล้ว INBOUND MARKETING ก็เหมือนวิธีการเอาชนะใจคนที่เราอยากได้มาเป็นคนรักนั่นแหละ”

แต่ “ใช่ว่าทุกธุรกิจจะเหมาะกับการใช้ Inbound Marketing” อย่าเพิ่งวิ่งตามไปแบบไร้สติ เพราะคุณต้องสำรวจธุรกิจของตัวเองก่อนว่าเหมาะที่จะทำการตลาดในรูปแบบใหม่นี้หรือไม่? โดยวิธีการแบบ Inbound เป็นวิธีการที่ค่อย ๆ สร้างความรู้จัก ความพึงพอใจ และต้อง “ใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อ” ในระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นธุรกิจรีบมารีบไป หรือซื้อง่ายขายคล่อง คงไม่แมตช์นักกับ Inbound Marketing อย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณทำธุรกิจที่มีมูลค่าสูง ธุรกิจที่ช่วยแก้ปัญหาบางอย่างให้กับลูกค้าแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า การทำการตลาดแบบนี้คือคำตอบที่ “โดน” สำหรับคุณ

ที่ง่ายไปกว่านั้นก็คือ Inbound ยังมีวิธีการคัดสรรกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าที่ “ใช่” ด้วยการทำ “Customer Prospect Fit” ที่จะพาธุรกิจของคุณไปเจอคนที่ “ใช่” ในที่สุด

Inbound Marketing ยังมีวิธีคิดและลูกเล่นให้นักการตลาดรุ่นใหม่ได้ลองอีกเยอะ อย่างน้อย ๆ นี่ก็ถือว่าเป็นเกมทางธุรกิจที่ไม่ได้แข่งเพื่อหวังจะครอบครองยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสร้างการตลาดทางธุรกิจที่ยั่งยืนกว่า เพื่อเอาชนะใจคนอีกจำนวนมหาศาลอย่าง “ลูกค้า” ที่ถือเป็นคนสำคัญที่สุดในเกมนี้

Naruemon Kongchuensin

Content Writer
Experience Content Writer 3 years